Curated
กลับ S @stemma อ่าน 9 นาที
sports

Michel Bogli: จากนักกีฬาอุลตร้า-ดิสแทนซ์สู่พิธีกรพอดแคสต์ Endorfina

รู้จักเส้นทางชีวิตของสุดยอดนักกีฬาชาวบราซิล ตั้งแต่สนามแข่งและเส้นทางธรรมชาติ สู่ไมโครโฟนของพอดแคสต์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนนับพัน

ในตอนนี้ของรายการ 'Na Roda do Stemma' คุณ Gisele Gasparotto สัมภาษณ์ Michel Bogli อดีตนักกีฬาชั้นนำและผู้สร้างพอดแคสต์ Endorfina Michel ได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ บทเรียนที่ได้รับจากการแข่งขันสุดหินอย่าง Race Across America และปรัชญาเบื้องหลังการทำงานในการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬา

ในพอดแคสต์ “Na Roda do Stemma” โฮสต์ Gisele Gasparotto ได้ต้อนรับ Michel Bogli บุคคลสำคัญในวงการกีฬาบราซิล เขาเป็นที่รู้จักจากพอดแคสต์ “Endorfina” ซึ่งตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมาเขาได้สัมภาษณ์นักกีฬาและบุคคลสำคัญมากมาย ในการสนทนาครั้งนี้ Michel ได้เผยเส้นทางชีวิตอันน่าประทับใจของเขาในฐานะนักกีฬาผู้มีสมรรถนะสูง ตั้งแต่กีฬาโปโลน้ำไปจนถึงการปั่นจักรยานทางไกลแบบ อุลตร้า-ดิสแทนซ์

PUBLICIDADE (GAM) — 1250x250

ชีวิตที่อุทิศให้กับกีฬา

ตั้งแต่วัยเยาว์ พลังงานของ Michel Bogli ก็ผลักดันให้เขาสู่โลกกีฬา เขาเริ่มต้นที่กีฬาโปโลน้ำ ซึ่งเป็นประเภทกีฬาที่สอนให้เขารู้จักกับ ระเบียบวินัย และ สภาพความพร้อมของร่างกาย ที่ Clube Pinheiros เมื่ออายุ 18 ปี เขาก็ค้นพบ ไตรกีฬา จากโปสเตอร์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ราบรื่นเพราะความหลงใหลใน จักรยาน ของเขามีมาตั้งแต่เด็ก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยได้เข้าร่วม ทีมไตรกีฬาชาติบราซิล และแข่งขันในรายการต่างๆ ทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติ

Michel ทุ่มเทให้กับไตรกีฬา 100% เป็นเวลาหลายปี โดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว เขาเคยเข้าร่วมการแข่งขัน Ironman สองครั้งที่ Kona ใน ฮาวาย อย่างไรก็ตาม เขาก็ตระหนักว่าความหลงใหลของเขาเริ่มลดลง เมื่อความรับผิดชอบในการเป็นตัวแทนแบรนด์กลายเป็นภาระ และความตื่นเต้นก่อนการแข่งขันก็หายไป ในช่วงเวลานั้นเอง การแข่งขันผจญภัย ก็กลายเป็นความหลงใหลใหม่ ที่ทำให้เขาได้สำรวจกีฬาและภูมิประเทศที่แตกต่างกัน

Michel Bogli: จากนักกีฬาอุลตร้า-ดิสแทนซ์สู่พิธีกรพอดแคสต์ Endorfina

บทเรียนจาก Race Across America (RAAM)

หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือการเข้าร่วม Race Across America (RAAM) ห้าครั้ง ซึ่งเป็นการแข่งขัน อุลตร้า-ดิสแทนซ์ ในตำนานที่ข้าม สหรัฐอเมริกา Michel เข้าร่วมในฐานะสมาชิกทีมสี่คน ทีมสองคน และหัวหน้าทีม ประสบการณ์ของเขาในปี 2001 ที่ทีมคู่ของเขาชนะและทำลายสถิติในประเภทนั้น ถือเป็นจุดสำคัญ เขาเน้นย้ำว่าแม้ความพร้อมของร่างกายจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ จิตใจ และ ความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในการแข่งขัน RAAM

การแข่งขัน RAAM เผยให้เห็นความท้าทายที่คาดไม่ถึงต่อนักกีฬา: การอดนอน ความเจ็บปวดอย่างรุนแรง (คอ, แผลถลอก, มือบวม) และความจำเป็นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การตัดรองเท้า หรือการปั่นจักรยานทั้งที่เจ็บปวดอย่างแสนสาหัส Michel เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรู้ว่า “มันจะผ่านไป” แม้ในช่วงเวลาของการ ทรมานตัวเอง เขายังเปรียบเทียบ RAAM กับประสบการณ์ของนักปั่นจักรยานมืออาชีพ เช่น Mauro Ribeiro ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากที่ไม่คาดคิด เพราะพวกเขาไม่พร้อมรับมือกับลักษณะเฉพาะของการแข่งขัน มุมมองปัจจุบันของเขาเกี่ยวกับการเข้าร่วมแบบเดี่ยวคือในทางปฏิบัติ: “มันง่ายกว่าที่ผมจะถูกหวย Mega Sena มากกว่าที่จะได้ลงแข่งเดี่ยวสักวัน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับของความทุ่มเทและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

กีฬา ชีวิต และ “ความตื่นเต้น”

ประสบการณ์ด้านกีฬาของ Michel ได้สอนให้เขารู้จักกับ ความยืดหยุ่น และความสำคัญของ ความแท้จริง เขาไตร่ตรองว่าผู้คนควรจะแยกแยะขีดจำกัดของตนเอง ไม่ใช่แค่ทางกายภาพ แต่ยังรวมถึงทางอารมณ์ด้วย เพื่อไม่ให้กีฬากระทบต่อด้านอื่นๆ ของชีวิต สำหรับ นักกีฬาสมัครเล่น กีฬาควรเป็นแหล่งของความสุขและความผาสุก และความหมกมุ่นกับการเอาชนะตนเองก็ไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป “ความต้องการ” ที่จะทำต่อไปเป็นสิ่งสำคัญ แต่การรู้จักเวลาที่จะหยุด เช่นที่เขาทำในการแข่งขันบางรายการ เป็นสัญญาณของ ความตระหนักรู้ และ วุฒิภาวะ

Michel เน้นย้ำว่า “ถ้ากีฬาต้องจากคุณไป ด้วยเหตุผลบางอย่าง สิ่งสำคัญคือ กีฬาต้องไม่จากคุณไป” กิจวัตรการฝึกซ้อมประจำวันของเขาในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยหลากหลายประเภทกีฬา (ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน, ยกน้ำหนัก) สะท้อนถึงปรัชญานี้: ฝึกฝนเพื่อให้จบการแข่งขันอย่างแข็งแรงและมีสุขภาพดี โดยปราศจากแรงกดดันจากการแข่งขันที่เข้มข้น เขายังวางแผนที่จะเข้าร่วม ไตรกีฬา เมื่ออายุ 60 ปี เพื่อลูกสาวของเขาที่ไม่เคยเห็นเขาแข่งขัน

“Endorfina”: แพลตฟอร์มแห่งเรื่องเล่า

พอดแคสต์ “Endorfina” เกิดขึ้นจากความปรารถนาของ Michel ที่จะสร้างรายการเกี่ยวกับกีฬาและดนตรี โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการสัมภาษณ์ทางวิทยุในอดีต เนื่องจากปัญหาลิขสิทธิ์เพลง จุดสนใจจึงเปลี่ยนไปอยู่ที่ เรื่องราว ของนักกีฬา เริ่มต้นในปี 2017 โดยเน้นที่ประวัติศาสตร์ของ ไตรกีฬา และไอดอลอย่าง Fernanda Keller พอดแคสต์ “Endorfina” ก็ขยายขอบเขตอย่างรวดเร็วไปยังทุกประเภทกีฬา เอนดูรานซ์

ด้วยจำนวนกว่า 500 ตอน และออกอากาศมาเกือบ 9 ปี คติประจำใจของ “Endorfina” ก็ชัดเจน: “คุณไม่จำเป็นต้องเป็นแชมป์อะไรเลย คุณแค่ต้องมี เรื่องราวดีๆ และกีฬาต้องมีความสำคัญ” Michel ภาคภูมิใจที่ได้เป็นกระบอกเสียงให้กับผู้คนหลากหลายภูมิหลัง รวมถึงนักกีฬาพาราลิมปิกและนักกีฬาสมัครเล่น โดยมุ่งเน้นที่ ความหลากหลาย ของเรื่องราวและมุมมอง สำหรับเขา พอดแคสต์คือ “โรงเรียน” และ “บทเรียนของ ความถ่อมตน และ การยอมรับ” ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นและความอดทนเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจความเป็นจริงของผู้อื่น

ความเคารพและมุมมองในชุมชนกีฬา

Michel Bogli สะท้อนให้เห็นว่าเขาพยายามแก่ชราอย่างมี ปัญญา โดยหลีกเลี่ยง “ความคิดแบบคนแก่” ที่จะตัดสินคนรุ่นใหม่และแนวทางของพวกเขาในการเล่นกีฬา เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมของ การปั่นจักรยาน เช่น และแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยเสมอไป เขาก็ยังคงฝึกฝน ความเคารพ และ ความอดทน อดีตที่ “ดื้อรั้น” ของเขาบนจักรยานทำให้เขามีท่าทีที่สงบลง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดี

เขาเล่าถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่พบบ่อยในการปั่นจักรยาน: ความลังเลที่จะเสนอความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ยางรั่ว โดยเฉพาะผู้หญิง เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความผิด อย่างไรก็ตาม Gisele ก็ให้กำลังใจเขา โดยย้ำว่า ความเป็นอิสระของผู้หญิง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถรับความช่วยเหลือได้ Michel ยังคงมีความ หวาดกลัว อุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขาให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยกว่า เช่น ทางจักรยานและเส้นทาง เสือภูเขา ซึ่งเป็นประเภทกีฬาที่เขาคิดว่า “สนุกกว่ามาก” และมีความเสี่ยงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการปั่นบนถนน

เส้นทางชีวิตของ Michel Bogli เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความหลงใหลในกีฬาที่ยั่งยืน ความยืดหยุ่นที่หล่อหลอมขึ้นจากความท้าทายสุดขีด และการพัฒนาตนเองผ่านการฟังและความเข้าใจ ความสามารถของเขาในการพลิกโฉมตัวเอง จากนักกีฬาชั้นนำสู่พิธีกรผู้สร้างแรงบันดาลใจของ “Endorfina” แสดงให้เห็นว่ามรดกที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ เรื่องราว ที่เราแบ่งปัน และ บทเรียน ที่เราเรียนรู้ตลอดเส้นทาง การเดินทางครั้งนี้เตือนใจเราว่า ไม่ว่าความเข้มข้นหรือประเภทกีฬาจะเป็นอย่างไร กีฬาคือกระจกที่สะท้อนว่าเราเป็นใครและเราสามารถเป็นอะไรได้บ้าง

PUBLICIDADE (GAM) — 1250x250