Curated
กลับ D @donasdavoz อ่าน 4 นาที
lifestyle

วิธีระบุและก้าวข้ามความเชื่อที่จำกัดตัวเองในชีวิตประจำวัน

Claudia Lisboa อธิบายที่มาของอุปสรรคทางความคิด พร้อมแนะขั้นตอนปฏิบัติเพื่อปรับพฤติกรรมและความคิดใหม่

ค้นพบว่าความคิดอัตโนมัติส่งผลต่อพฤติกรรมและขัดขวางการเติบโตส่วนบุคคลและการงานอย่างไร เมนเทอร์ Claudia Lisboa จะมาแนะนำวิธีสำรวจความเชื่อเชิงลบ ปรับเปลี่ยนรูปแบบความคิด และลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดของคุณ

ทุกพฤติกรรมเริ่มต้นจากความคิด บ่อยครั้งที่เรามักตอกย้ำความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับตัวเองและโลกรอบข้างโดยไม่รู้ตัว ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจขัดขวางความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน บั่นทอนความสัมพันธ์ และทำลายความมั่นใจ ในรายการ Inspira e Ação ทางด้าน Livia Matos ได้พูดคุยกับ Claudia Lisboa เมนเทอร์ ผู้ฝึกอบรมผู้นำ และผู้ก่อตั้ง Soul Academy ในบทสนทนาที่นำไปปรับใช้ได้จริง เกี่ยวกับกลไกของความเชื่อที่จำกัดตัวเองและแนวทางในการก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้

PUBLICIDADE (GAM) — 1250x250

ที่มาของความเชื่อ: ระหว่างประสบการณ์จริงกับจินตนาการ

Claudia Lisboa ชี้ให้เห็นว่า การมีความเชื่อที่จำกัดตัวเองเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ทุกคนล้วนเคยมีหรืออาจต้องเผชิญในบางช่วงของชีวิต สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากไหน ซึ่งหากแบ่งตามหลักการ จะมีทั้งความเชื่อที่มีเหตุผลและความเชื่อที่ไร้เหตุผล

ความเชื่อที่มีเหตุผลมักเกิดจากประสบการณ์จริง โดยเฉพาะประสบการณ์เชิงลบหรือไม่น่าพึงพอใจ เช่น หลังจากผ่านการเลิกราที่เจ็บปวดหรือการถูกทรยศ บุคคลนั้นอาจสรุปว่า "ไม่มีความสัมพันธ์ไหนที่ดีจริง" สมองสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกป้องกันตนเอง โดยจดจำเหตุการณ์เลวร้ายอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ความเจ็บปวดเกิดขึ้นซ้ำ ทว่าปัญหาก็คือการเหมารวมเหตุการณ์เพียงครั้งเดียวให้กลายเป็นความจริงสัมบูรณ์ จนทำให้คอยมองหาแต่หลักฐานมาสนับสนุนความคิดลบนั้นตลอดเวลา

วิธีระบุและก้าวข้ามความเชื่อที่จำกัดตัวเองในชีวิตประจำวัน

ในทางกลับกัน ความเชื่อที่ไร้เหตุผลจะไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริงรองรับ แต่เป็นความคิดที่ไร้ที่มา เช่น การพูดว่า "ฉันไม่มีวันเรียนภาษาอังกฤษได้หรอก" หรือ "ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานกับตัวเลข" บ่อยครั้งที่ผู้คนมักอ้างความล้มเหลวในอดีตซึ่งอาจเกิดจากวิธีการที่ไม่เหมาะสมหรือความพยายามที่ไม่เพียงพอ จนกลายเป็นการสร้างกำแพงปิดกั้นโอกาสในการเรียนรู้และความก้าวหน้าในสายอาชีพ

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อที่สืบทอดมา ตั้งแต่วัยเด็ก เราซึมซับความกลัว คำพูด และพฤติกรรมจากครอบครัวและสภาพแวดล้อมรอบตัว จนนำมาทำซ้ำในวัยผู้ใหญ่ ทั้งที่เป็นทัศนคติและอุปสรรคที่ไม่เคยเป็นตัวตนที่แท้จริงของเราตั้งแต่แรก

อุปสรรคยอดฮิตเรื่องการเงิน ร่างกาย และความสมบูรณ์แบบนิยม

ความเชื่อเหล่านี้มักแสดงออกมาเป็นประโยคอัตโนมัติที่เราพูดโดยไม่ทันคิด หนึ่งในเรื่องที่พบบ่อยที่สุดคืออุปสรรคทางความคิดเรื่องการเงิน เช่น "เงินอยู่ในมือฉันเดี๋ยวก็หมด" หรือความคิดที่ว่าความมั่งคั่งมักนำมาซึ่งปัญหาและความเย็นชา เมื่อใครบางคนเชื่อว่าตนต้องเลือกระหว่างชีวิตครอบครัวที่สงบสุขกับความสำเร็จทางการเงิน ก็เท่ากับเป็นการสร้างทางเลือกแบบแยกขาดที่คอยบั่นทอนเป้าหมายของตนเอง

อีกหนึ่งตัวอย่างที่พบได้บ่อยคือเรื่องสุขภาพกาย เช่น การปักใจเชื่อว่า "ตนเองไม่ได้เกิดมาเพื่อออกกำลังกาย" Claudia เตือนว่าร่างกายมนุษย์ต้องการการเคลื่อนไหว และการยอมรับว่าตนเองมีความขี้เกียจในบางจังหวะ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการแปะป้ายตราหน้าตนเองว่าไม่สามารถออกกำลังกายได้

นอกจากนี้ยังมีกับดักของความสมบูรณ์แบบนิยม (Perfectionism) ที่มองว่าความผิดพลาดคือข้อพิสูจน์ของความไร้ความสามารถ ผู้ที่ยึดติดกับความคิดนี้มักจะกดดันตัวเองมากเกินไปและไม่ยอมรับความผิดพลาดของผู้อื่น จนลืมไปว่าการเรียนรู้จำเป็นต้องอาศัยการลองผิดลองถูกและการปรับปรุงแก้ไข

สมองเรียนรู้อย่างไร และเหตุใดการลงมือทำจึงขาดไม่ได้

ผลการศึกษาและหลักปฏิบัติด้านความฉลาดทางอารมณ์ระบุว่า คนเรามีความคิดเกิดขึ้นนับพันเรื่องในแต่ละวัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเอนเอียงไปในแง่ลบหรือเน้นการป้องกันตัว เนื่องจากสมองมองหาความปลอดภัยเป็นหลัก จึงจดจำประสบการณ์แย่ๆ ได้ง่าย แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำซ้ำอย่างมีสติและสม่ำเสมอเพื่อสร้างนิสัยและความคิดเชิงบวก

การพึ่งพาเพียงคำพูดยืนยันเชิงบวก (Affirmations) นั้นไม่เพียงพอ หากต้องการยกเลิกรูปแบบความคิดเดิม จำเป็นต้องเชื่อมโยงทัศนคติใหม่เข้ากับการกระทำจริง เมื่อเรามุ่งมั่นลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน หรือการออกกำลังกาย สมองจะเริ่มบันทึกประโยชน์และความสุขจากผลลัพธ์ ทำให้พฤติกรรมใหม่กลายเป็นนิสัยที่ยั่งยืนในระยะยาว

3 ขั้นตอนในการปรับความคิดใหม่และใช้ชีวิตในเวอร์ชันเบต้า

สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนความคิดในชีวิตประจำวัน Claudia Lisboa ได้แนะนำแนวทาง 3 ขั้นตอนที่ทำตามได้ง่ายดังนี้:

  1. สำรวจและระบุรูปแบบความคิด: เริ่มต้นจากการสังเกตประโยคที่พูดซ้ำๆ โดยเฉพาะคำที่ขึ้นต้นด้วย "ฉันไม่เคย", "ฉันทำไม่ได้" หรือ "ที่นี่ก็เป็นแบบนี้มาตลอด" การจดบันทึกประโยคเหล่านี้ลงในสมุด หรือการขอความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา意จากคนที่ไว้ใจได้ จะช่วยให้มองเห็น 3 ความเชื่อหลักที่กำลังขัดขวางคุณอยู่ในปัจจุบัน
  2. แทนที่ความคิดทันที: เมื่ออุปสรรคทางความคิดผุดขึ้นมา ให้ตั้งคำถามถึงประโยชน์ของความคิดนั้นแล้วแก้ไขอย่างมีสติ เปลี่ยนประโยคที่ตัดสินอย่างเด็ดขาดให้เป็นทางเลือกเชิงสร้างสรรค์ เช่น "ฉันกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้" หรือ "ฉันมีความสามารถที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้เสมอ"
  3. ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง: แสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับความเชื่อใหม่ เพื่อให้สมองบันทึกหลักฐานใหม่เกี่ยวกับความสามารถและการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

การพูดคุยนี้ยังเน้นย้ำถึงแนวคิดเรื่อง การใช้ชีวิตในเวอร์ชันเบต้า (Beta Version) ซึ่งหมายถึงการเข้าใจว่าตัวเราคือโปรแกรมที่พัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมสำหรับการอัปเดตและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน โดยไม่ยึดติดกับกรอบความคิดเดิมๆ ว่าเราเกิดมาสมบูรณ์แบบแล้ว หรือต้องติดอยู่กับการกระทำแบบเดิมตลอดไป

PUBLICIDADE (GAM) — 1250x250